Chemistries ONLINE SHOP: +66 2 0263529 Ex.5293

การบำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรม

มั่นใจในความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์, ความคุ้มค่า และเป็นไปตามข้อกำหนดการปล่อยน้ำเสีย

ที่ Hach เราพัฒนาอุปกรณ์และกระบวนการตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมของคุณเป็นไปตามข้อกำหนด และมั่นใจในความน่าเชื่อถือของเครื่องมือได้ ยิ่งไปกว่านั้นเราพร้อมที่จะมอบประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่จะช่วยในการควบคุมต้นทุนของคุณระหว่างการปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยมากที่สุด

Hach มีวิธีการที่หลากหลายในการแก้ปัญหาการบำบัดน้ำเสียสำหรับอุตสาหกรรมดังต่อไปนี้

  • อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
  • อุตสาหกรรมเคมี
  • อุตสาหกรรมปิโตรเคมี
  • อุตสาหกรรมการผลิต
  • อุตสาหกรรมนาวิกโยธิน
  • อุตสาหกรรมเหล็กและเหมืองแ
  • ร่
  • อุตสาหกรรมชุบโลหะ
  • อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า
  • สนามบิน
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

Hach ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าในการเป็นผู้ริเริ่มร่วมกับ Claros™ (ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะของ Hach). ระบบปฏิบัติการ Claros ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนข้อมูลธรรมดาไปเป็นข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและปรับเปลี่ยนได้แบบเรียลไทม์เมื่อรับข้อมูลใหม่เข้ามา นอกจากนี้ Claros ยังสามารถช่วยให้ระบบของคุณเป็นไปตามข้อกำหนด และลดค่าใช้จ่ายระหว่างปฏิบัติงาน พร้อมทั้งมั่นใจได้ว่าโรงงานของคุณจะดำเนินงานได้อย่างราบรื่น


ระบบบำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรม : วิธีการตรวจวัดที่จำเป็น

ทราบว่าการวัดแบบใดที่มีความสำคัญตลอดกระบวนการบำบัดน้ำเสีย

การบำบัดขั้นเตรียมการ (Pre-Treatment)

การบำบัดน้ำขั้นเตรียมการในกระบวนการผลิต

กระบวนการบำบัดขั้นเตรียมการ (Pre-Treatment) เป็นขั้นตอนที่มีการใช้วิธีการบำบัดที่หลากหลายขึ้นอยู่กับการปนเปื้อนและความเข้มข้นของน้ำจากกระบวนการผลิต ยกตัวอย่างเช่น การควบคุม pH สามารถทำได้โดยการเติมสารเคมีเพี่อปรับค่า pH ให้อยู่ในค่าที่เหมาะสมสำหรับขั้นตอนถัดไป ของแข็งอาจถูกกำจัดออกที่กระบวนการบำบัดขั้นเตรียมการ (Pre-Treatment) ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังรวมถึงระบบ DAF (Dissolved Air Floatation) ที่ถูกใช้เพื่อกำจัดของแข็ง ไขมัน น้ำมัน หรือ จาระบี เป็นต้น โรงงานเคมีบางแห่งอาจใช้ระบบ DAF ในการกำจัดสารเคมีปนเปื้อนที่แยกตัวจากชั้นน้ำ หรือลอยอยู่ที่ผิวน้ำ นอกจากนี้การเติมสารเคมีที่ใช้ในการตกตะกอน (Coagulant) ก็ถูกใช้ในกระบวนการเหล่านี้ด้วย

เราเข้าใจถึงความต้องการของคุณในการวัดคุณภาพน้ำแต่ละจุดตลอดทั้งโรงงาน ตัวอย่างเช่น 70% ของโรงงานอุตสาหกรรมอาจจะมีเพียงการบำบัดขั้นเตรียมการเท่านั้น สำหรับขั้นตอนอื่นในการบำบัดน้ำเสียทางโรงงานอาจจะส่งให้หน่วยงานรัฐเป็นผู้ดำเนินการ และอีก 30% ที่เหลือของโรงงานอุตสาหกรรมจะมีสถานที่บำบัดน้ำเสียในโรงงานโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามแต่ละโรงงานมีความต้องการที่แตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้วการวัดคุณภาพน้ำของแต่ละโรงงานมักจะพิจารณาพารามิเตอร์เหล่านี้:

  • การรู้ค่า pH สามารถช่วยให้ทราบถึงลักษณะของกระบวนการบำบัดที่ต้องการได้ สารที่ช่วยการตกตะกอน (Coagulant) บางชนิดอาจจะทำงานได้ดีในช่วงของ pH ที่กำหนด ดังนั้นการปรับค่า pH ก็สามารถช่วยปรับปรุงกระบวนการบำบัดน้ำได้เช่นเดียวกัน
  • การตรวจสอบของแข็งแขวนลอย (Total Suspended Solid) สามารถช่วยให้ทราบถึงปริมาณของสารที่ช่วยการตกตะกอน (Coagulants) และปริมาณอากาศที่ต้องการเพื่อช่วยในการกำจัดของแข็งขนาดใหญ่ ดังนั้นการตรวจวัดค่า TSS ในน้ำหลังผ่านระบบ DAF จะสามารถช่วยบอกประสิทธิภาพของระบบได้
  • อินทรีย์คาร์บอนรวม (Total Organic Carbon, TOC) สามารถนำมาตรวจได้เช่นกัน และยังสามารถนำมาใช้ในการควบคุมคุณภาพน้ำได้ นอกจากนี้การกำจัดของแข็งให้ได้มากที่สุดสามารถช่วยรักษาปริมาณของ TOC ให้คงที่และขจัดความผันผวนในส่วนของการบำบัดแบบชีวภาพของโรงงานอุตสาหกรรม

Bulk Tank

Bulk Tank เป็นถังขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บและใช้ปรับสมดุลของน้ำเสีย กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มเสถียรภาพน้ำดิบในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งต้องการ Bulk tank เพื่อใช้ในการดับเพลิง กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจากอัคคีภัย การวัดคุณภาพน้ำใน bulk tank จะช่วยในการออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมได้ เช่น ปริมาณสารอินทรีย์ที่เข้ามา เป็นต้น นอกจากนี้การปนเปื้อนที่มากกว่าปกติหรือสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยสามารถทำให้เกิดปัญหาได้ ดังนั้นการรู้ว่าปัญหาเหล่านี้จะเกิดเมื่อใด สามารถช่วยกำหนดขั้นตอนในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆได้

ถังเก็บน้ำฝน (Stormwater Tank)

น้ำฝนที่มาจากโรงงานจะประกอบไปด้วยน้ำปนเปื้อนหรือรั่วไหลจากพื้นที่การจราจร เช่น ท่าเทียบเรือและทึ่จอดรถ สารเคมีที่หก เชื้อเพลิงดีเซล ก๊าซ น้ำมัน และสารปนเปื้อนอื่นๆ ซึ่งน้ำประเภทนี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจวัด และบำบัดก่อนที่จะปล่อยทิ้ง TOC เป็นพารามิเตอร์หลักที่บอกถึงระดับการปนเปื้อนในน้ำ รวมทั้ง Dissolved Oxygen และ pH ก็สามารถบอกถึงคุณภาพน้ำเช่นกัน ในระหว่างที่เกิดฝนตกหนัก ปริมาณน้ำจะเข้ามาใน Stormwater Tank มากกว่าปกติ การเจือจางน้ำฝนที่มีสารปนเปื้อนสูงก็สามารถช่วยได้ แต่อย่างไรก็ตามการบำบัดน้ำเสียควรจะมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ดังนั้นการแยกสารปนเปื้อนในระดับสูงก่อนการบำบัดก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการบำบัดน้ำเสียได้

ระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพ (Biological Wastewater Plant)

น้ำขาเข้า (Inlet)

ในขั้นตอนนี้ น้ำเสียจะไหลผ่านตะแกรงเพื่อกรองตะกอนดินทรายและของแข็งแขวนลอยขนาดใหญ่ออก สามารถเรียกน้ำเสียในขั้นนี้ว่าเป็น Raw Sewage หรือ Influent โดยน้ำเสียจะผ่านตะแกรงกรองที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ปนเปื้อนในน้ำเสีย โรงงานบางแห่งอาจจะรวมของเสียในกระบวนการกับท่อน้ำทิ้งไว้ด้วยกัน โดยปกติแล้วตะแกรง (Bar Screens) จะใช้ในการกำจัดสิ่งสกปรกที่มีขนาดใหญ่ เช่น เศษผ้า ก้อนหิน สิ่งสกปรก และกรวด

การบำบัดขั้นต้น (Primary Treatment)

การบำบัดขั้นต้นจะใช้ถังตกตะกอน (Clarifiers) เพื่อให้สารอินทรีย์ตกตะกอนและจมลงไปที่ก้นถังในขณะที่ไขมัน น้ำมัน และจาระบี จะลอยอยู่ที่ผิวน้ำ ซึ่งของแข็งที่จมจะเรียกว่า กากตะกอน (Primary Sludge) และมักจะถูกทำให้ใหญ่ขึ้นในกระบวนการถัดไป ก่อนที่จะส่งไปที่ Anaerobic Digester ในขณะที่สารที่ลอยได้เช่น ไขมัน น้ำมัน และจาระบี จะถูกเก็บที่ผิวน้ำและส่งไปที่ Anaerobic Digester โดยปกติกระบวนการบำบัดขั้นต้นสามารถกำจัดของแข็งได้ประมาณ 70% และกำจัด BOD (Biochemical Oxygen Demand) ได้ 45% ปัจจุบันโรงงานสมัยใหม่อาจจะมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดธาตุอาหารชีวภาพ จากการสกัดหรือหมักคาร์บอนในกากตะกอนก่อนส่งเข้ากระบวนการ Anaerobic หรือ Anoxic เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับจุลินทรีย์

การที่มีความเข้าใจในพารามิเตอร์ pH และ TSS มีส่วนช่วยในการควบคุมกระบวนการในการบำบัดขั้นต้นให้เป็นไปอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ถ้าอัตราการไหลเปลี่ยน อาจจะเกิดผลกระทบขนาดใหญ่กับการควบคุมกระบวนการได้ นอกจากนี้การมีปริมาณสารอินทรีย์ในน้ำสูงสามารถก่อผลกระทบได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นการรู้คุณภาพของน้ำตัวอย่างจะช่วยให้แก้ปัญหาและป้องกันการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้

การบำบัดขั้นที่สอง (Secondary Treatment)

การบำบัดขั้นที่สองจะเป็นการกำจัดสารอินทรีย์ละลายน้ำ และ แร่ธาตุ เช่น ไนโตรเจน และ ฟอสฟอรัส รวมทั้งของแข็งที่หลุดลอดจากการบำบัดขั้นต้น โดยปกติแล้วกระบวนการทางชีวภาพจะใช้แบคทีเรียเพื่อย่อยสลายสารประกอบอินทรีย์ และแร่ธาตุเพื่อใช้ในการเติบโตและแพร่พันธุ์ของแบคทีเรีย สองกระบวนการหลักของการบำบัดแบบชีวภาพขั้นที่สองคือ ระบบบำบัดแบบเกาะติด (Attached Growth System) และ ระบบบำบัดแบบการเติบโตแขวนลอย (Suspended Growth System) สำหรับระบบบำบัดแบบแขวนลอย แบคทีเรียจะเจริญเติบโตและจับตัวกันเองเป็นตะกอนชิ้นใหญ่ซึ่งจะอยู่ทั้งในน้ำเสียที่นำเข้ามาบำบัด และอยู่ในถังเติมอากาศ (Return Activated Sludge) ตะกอนประกอบไปด้วยแบคทีเรียซึ่งสามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนผ่านระบบ Aerobic, Anoxic และ Anaerobic เมื่อสิ่งปนเปื้อนถูกกำจัด ตะกอนแบคทีเรีย (Sludge) จะถูกส่งไปที่ถังตกตะกอนขั้นที่สอง (Secondary Clariier) เพื่อแยกตะกอนกับน้ำทิ้ง จากนั้นตะกอนแบคทีเรียจำนวนหนึ่งที่อยู่ใต้ถังจะถูกส่งไปที่ Return Activated Sludge เพื่อนำไปผสมกับน้ำทิ้งขั้นต้น (Primary Effluent) เรียกว่า Mixed Liquor ตะกอนแบคทีเรียส่วนที่เหลือ (Waste Activated Sludge) จะถูกนำไปกำจัด สำหรับระบบบำบัดแบบเกาะติด (Attached Growth System) แบคทีเรียจะเกาะติดอยู่กับ Media หรือว่าแผ่น Biofilm น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดขั้นต้นจะถูกผสมและปล่อยให้ไหลผ่านชั้น Biofilm ซึ่งมีแบคทีเรียเกาะอยู่ และทำหน้าที่กำจัดสิ่งสกปรก จากนั้น Biofilm จะหลุดออกมาและถูกส่งไปที่ถังตกตะกอนเพื่อแยกตะกอนที่นำไปใช้ใหม่และนำไปกำจัด รวมทั้งแยกน้ำทิ้งไปยังการบำบัดขั้นต่อไป

สำหรับการบำบัดแบบชีวภาพอย่างมีประสิทธิภาพนั้น แบคทีเรียต้องการแร่ธาตุในสัดส่วนที่เหมาะสม เช่น คาร์บอน ไนโตรเจน และ ฟอสฟอรัส (C:N:P) และธาตุอื่นๆ เช่น เหล็ก คอปเปอร์ ซิงค์ แมงกานีส โพแทสเซียม ซัลเฟอร์ และ องค์ประกอบอื่นที่อยู่ในน้ำเสีย โดยปกติแล้วสัดส่วนของ C:N:P ตามมาตรฐานจะเท่ากับ 100:5:1 บางครั้งสัดส่วนอาจเกินจากนี้ได้ ในขณะที่โรงงานบางแห่งอาจใช้การฟอร์มตัวของเมือก Polysaccharide หรือการเติบโตของแบคทีเรียเส้นใย (Filamentous Bacteria) ซึ่งไปยับยั้งชีววิทยาและจากนั้นจะลอกและจมลงในถังตกตะกอนขั้นที่สอง

หลายกระบวนการทางชีวภาพสามารถนำมาใช้ในการบำบัดขั้นที่สองได้ รวมทั้งถังเติมอากาศแบบไหลตามกัน (Plug Flow Aeration Basins), ถังเติมอากาศแบบกวนสมบูรณ์ (Complete Mix Aeration Tanks), ถังปฏิกรณ์แบบ Batch, ระบบคลองวนเวียน (Oxidation Ditch), ระบบโปรยกรอง (Trickling Filter), ถังปฏิกรณ์ชีวภาพชนิดสารกรองเคลื่อนที่ Moving Bed Bioreactor, Integrated fixed-film activated sludge และอื่นๆ

การกำจัดธาตุอาหารทางชีวภาพ (Biological Nutrient Removal) จะปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของแบคทีเรีย เพื่อกำจัดไนโตรเจน และ ฟอสฟอรัสจากน้ำทิ้ง กระบวนการ BNRประกอบไปด้วยขั้นตอน Anaerobic(กระบวนการบำบัดแบบไม่ใช้ออกซิเจน หรือไนเตรต), Anoxic (กระบวนการบำบัดแบบไม่ใช้ออกซิเจน แต่ยังมีไนเตรต) และ Aerobic (กระบวนการบำบัดแบบใช้ออกซิเจน) ระหว่างการบำบัดน้ำทิ้งจะถูกส่งไปแต่ละ Chamber เพื่อทำการบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพ

กระบวนการบำบัดเคมีก็ถูกใช้ด้วยเช่นกัน เช่น การกำจัดฟอสฟอรัส เป็นต้น โดยการใส่สารทำให้ตกตะกอนในถังเติมอากาศและถังตกตะกอน ก็จะสามารถกำจัดฟอสฟอรัสโดยการทำให้ฟอสฟอรัสจับตัวกันเป็นก้อน และตกลงสู่ก้นถังสามารถกำจัดออกเหมือนกับตะกอนทั่วไปได้ (Sludge)

การแยกตะกอน (Sludge Separation)

วิธีการกำจัดตะกอนหรือสลัดจ์จากถังตกตะกอน จะขึ้นอยู่กับปริมาตรของของแข็งและเงื่อนไขจำเพาะอื่นๆ การย่อยแบบแอโรบิก (Aerobic Digestion) มักใช้ในโรงงานที่มีปริมาณน้ำเสียน้อกว่า 8 ล้านแกลลอนต่อวัน สำหรับกากตะกอน (Waste Activated Sludge)ที่มีตะกอนขั้นต้น (Primary Sludge) จะถูกเติมลงในถังเติมอากาศ (Aerated Reactor) ซึ่งเป็นที่ที่ให้อาหารแก่แบคทีเรีย ซึ่งแบคทีเรียในตะกอน

จะช่วยลดของแข็งระเหย(Volatile Solids) และ ปริมาณของตะกอนทั้งหมดได้ ในส่วนของการย่อยแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Digestions) มักใช้ในโรงงานที่มีปริมาณการบำบัดมากกว่า 8 ล้านแกลลอนต่อวันและมีการใช้ถังปฏิกรณ์แบบปิด (Sealed Reactor) เพื่อสร้างสภาวะแบบ Anaerobic สำหรับแบคทีเรียต่างชนิดกันผ่านกระบวนการ Acidogenesis และ Methanogenesis

ในกระบวนการ Methanogenesis แก๊สมีเทนจะเกิดขึ้นโดยการย่อยแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Digestions)และสามารถใช้เชื้อเพลิงให้ความร้อนในถังย่อย เผา ทำความสะอาด หรือเป็นแหล่งพลังงานได้ นอกจากนี้การกำจัดของแข็งขนาดใหญ่ จะช่วยลดปริมาณการทำงานของเครื่องจักรในโรงงาน ซึ่งจะเหลือไว้เพียงสารอินทรีย์ขนาดเล็กที่ละลายน้ำได้สำหรับการบำบัดเท่านั้น นอกจากนี้การตรวจสอบระดับของตะกอนในถังตกตะกอนขั้นต้น สามารถหาอัตราการกำจัดได้อีกด้วย

การรักษาระดับของตะกอนในถังตกตะกอนมีความสำคัญมากในกระบวนการกำจัด ถ้ามีตะกอนน้อยเกินไปอาจจะเกิดอันตรายต่อ Removal Arm ได้ ซึ่งอัตราการไหลก็สามารถกำหนดได้จากระดับของตะกอน

การจัดการตะกอน (Sludge Management)

การเพิ่มความหนาของตะกอนเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเข้มข้นของตะกอนโดยการกำจัดสัดส่วนของเปอร์เซ็นต์น้ำจากการเติมสารประกอบ Polymerและมักจะเติมก่อนการย่อยแบบ Anaerobic ซึ่งการนำน้ำออกสามารถทำได้โดยการกดรีดไปกับสายพาน (Belt Presses), การปั่นเหวี่ยง (Centrifuges) หรือวิธีการอื่นๆ ที่สามารถทำให้กลายเป็นตะกอนแห้ง และสามารถนำไปอบแห้งเพิ่มหรือนำไปกำจัดในหลุมฝังกลบได้

น้ำทิ้ง (Effluent)

ในระหว่างกระบวนการการปล่อยน้ำทิ้ง จะต้องผ่านกระบวนการกรอง (Filtration), การฆ่าเชื้อโรค (Disinfection)และ การดูดซับด้วยคาร์บอน (Carbon Absorption) เพื่อกำจัดสารอินทรีย์ที่ตกค้าง สารแขวนลอย เชื้อโรค และโลหะหนัก โดยการผ่านกระบวนการบำบัดต่างๆ ซึ่งจุดมุ่งหมายของขั้นตอนนี้เพื่อเป็นการเพิ่มคุณภาพน้ำทิ้งให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ และสามารถนำไปใช้ต่อได้ หรือแม้กระทั่งสามารถปล่อยสู่ทะเลสาบ แม่น้ำ หรือมหาสมุทร หรือแม้แต่นำไปใช้เพื่อการชลประทานที่เกี่ยวกับการเกษตร (สวนสาธารณะ, สนามกอล์ฟ หรือสถานที่อื่นๆ) หรือเพื่อการเติมน้ำใต้ดิน เป็นต้น

การปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำ

A water monitoring station can prepare your plant for safe discharge into receiving waters. While effluent from wastewater treatment facilities is commonly discharged to the environment in rivers, oceans, or other bodies of water, there are a variety of other options for discharge. These include agricultural irrigation; use in parks and recreational facilities (golf courses and sports field irrigation, snow making); wildlife habitat or aquifer/wetland/marsh recharging; industrial uses such as process water; or for street cleaning.




Claros™ Solutions

การกำจัด BOD/COD

ระยะเวลาในการคงอยู่ของตะกอนในระบบ (Sludge Retention Time, RTC-SRT)

การหา Sludge Retention Time และระดับของของแข็งแขวนลอยในน้ำในถังเติมอากาศได้ถูกต้อง เป็นข้อกำหนดพื้นฐานและเป็นการบำบัดที่มีประสิทธิภาพ ระบบ Hach RTC-SRT สามารถปรับเปลี่ยน Activated sludge ที่ถูกกำจัดได้อัตโนมัติเพื่อให้ได้ค่าของ SRT และความเข้มข้นของ MLSS (Mixed Liquor Suspended Solids) ที่ใกล้เคียงอุดมติ เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพในการกำจัด BOD/COD และหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยา Nitrification

ปริมาณธาตุอาหารในน้ำ (Nutrient Dosing, RTC-C/N/P)

การทำให้ธาตุ C/N/P มีความสมดุลนั้นจำเป็นต่อระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งระบบ Hach RTC C/N/P สามารถทำให้ปริมาณธาตุอาหารในน้ำเช่น ยูเรีย กรดฟอสโฟริค มีปริมาณที่เหมาะสมสำหรับโรงงานบำบัดน้ำเสียได้ และเป็นไปตามข้อกำหนด COD/BOD, NH4 และ PO4 นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดต้นทุนในการระบายน้ำหรือสารเคมีที่เติมเข้ามาอีกด้วย

วาล์วควบคุม DO (Most Open Valve DO Control, RTC-MOV)

ระบบเติมอากาศที่มีประสิทธิภาพ (Blowers and Valves ) จะมีการจ่ายอากาศที่ความดันอากาศที่น้อยที่สุดใน Manifold และมีความดันตกคร่อมวาล์วที่น้อยที่สุดอีกด้วย ระบบของ Hach RTC-MOV ช่วยควบคุมความเข้มข้นของออกซิเจนในน้ำ (DO) ได้ถึง 16 พื้นที่ที่แตกต่างกัน โดยการตั้งค่า Set Point สำหรับตำแหน่งของวาล์วจ่ายอากาศ และสำหรับ Manifold pressure หรือ Air Flow ผลลัพธ์ก็คือระบบนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและได้ปริมาณอากาศที่มากที่สุดในระบบตามที่ต้องการ

ปฏิกิริยา Nitrification/ Denitrification

ระยะเวลาในการคงอยู่ของตะกอนในระบบ (Sludge Retention Time, RTC-SRT)

การหา Sludge Retention Time และระดับของของแข็งแขวนลอยในน้ำในถังเติมอากาศได้ถูกต้อง เป็นข้อกำหนดพื้นฐานและเป็นการบำบัดที่มีประสิทธิภาพ ระบบ Hach RTC-SRT สามารถปรับเปลี่ยน Activated sludge ที่ถูกกำจัดได้อัตโนมัติเพื่อให้ได้ค่าของ SRT และความเข้มข้นของ MLSS (Mixed Liquor Suspended Solids) ที่ใกล้เคียงอุดมติ ดังนั้นสามารถมั่นใจในเสถียรภาพของกระบวนการ Nitrification ตลอดทั้งปีได้

การกำจัด Phosphorus

การตกตะกอน PO 4-P (RTC-P)

ข้อจำกัดของ Total Phosphorus (TP) ในน้ำทิ้งของโรงงานและการกำจัดสารเคมี PO 4-P เป็นอะไรที่น่าท้าทายเป็นอย่างมาก การผันผวนของปริมาณน้ำดิบที่เข้ามาทำให้กำหนดปริมาณที่แน่นอนของสารทำให้ตกตะกอน (Precipitant) ได้ยาก ระบบของ RTC-P จะคำนวณหา Set point ของปริมาณของ Precipitant ที่ต้องการ อ้างอิงจากการวัดค่า PO 4-P ซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่าถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาในน้ำดิบอย่างรวดเร็ว แต่ระบบของ RTC-P สามารถ ควบคุมความเข้มข้นของ PO 4-P ได้อย่างแม่นยำเช่นเดียวกัน เพื่อให้เป็นไปตาม Set Point ที่ต้องการ ซึ่งระบบ RTC-P จะทำให้ค่า TP เป็นไปตามข้อกำหนด รวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายของสาร Precipitant และ ปริมาณของ Precipitaion sludge

กรณีศึกษา : RTC-P Brings Phosphorus Compliance Solution to JBS Beef Processing

การระบายน้ำลงสู่แหล่งน้ำ

การเพิ่มความเข้มข้นให้ตะกอน (Sludge Thickening, RTC-ST)

ข้อจำกัดของ Total Phosphorus (TP) ในน้ำทิ้งของโรงงานและการกำจัดสารเคมี PO 4-P เป็นอะไรที่น่าท้าทายเป็นอย่างมาก การผันผวนของปริมาณน้ำดิบที่เข้ามาทำให้กำหนดปริมาณที่แน่นอนของสารทำให้ตกตะกอน (Precipitant) ได้ยาก ระบบของ RTC-P จะคำนวณหา Set point ของปริมาณของ Precipitant ที่ต้องการ อ้างอิงจากการวัดค่า PO 4-P ซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่าถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาในน้ำดิบอย่างรวดเร็ว แต่ระบบของ RTC-P สามารถ ควบคุมความเข้มข้นของ PO 4-P ได้อย่างแม่นยำเช่นเดียวกัน เพื่อให้เป็นไปตาม Set Point ที่ต้องการ ซึ่งระบบ RTC-P จะทำให้ค่า TP เป็นไปตามข้อกำหนด รวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายของสาร Precipitant และ ปริมาณของ Precipitaion sludge

กรณีศึกษา: RTC-ST Adjusts Coagulant Dosage, Lowers Operating Costs While Controlling TSS and pH Levels
กรณีศึกษา: Real-Time Control System Optimizes Phosphorus Removal in the Dairy Industry

การทำแห้งตะกอน (Sludge Dewatering, RTC-SD)

ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดตะกอน รวมทั้งลดผลกระทบด้านลบในการนำตะกอนกลับมาใช้ และช่วยลดการใช้ Polymer ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำ Sludge Dewatering ระบบ RTC-SD ประสบความสำเร็จในเรื่องการจัดการ Total Suspended Solid (TSS) ในตะกอนเข้มข้น และการปรับปริมาณการใช้ Polymer

Dissloved Air Flotation (RTC-DAF)

Total Suspnded Solid (TSS) ความเข้มข้นสูงในตะกอน และ TOC/TSS ความเข้มข้นต่ำในน้ำทิ้งที่ถูกบำบัดแล้ว เป็นหัวใจสำคัญของระบบ Dissolved Air Flotation (DAF) ระบบ RTC-DAF ประสบความเร็จในเรื่องการควบคุม TSS ในตะกอนเข้มข้น และ TSS ในน้ำทิ้ง โดยการปรับค่า pH, Coagulant และ ปริมาณ Polymer ให้ถูกต้อง

ข้อมูลการใช้งาน : Advanced On-line Instrumentation Helps DAF Systems Lower Costs

Wastewater sensor, controller, and Hach Mobile Sensor Management Software

คุณภาพของข้อมูลและการจัดการ Mobile Sensor

การตรวจสอบสถานะด่วน (Quick Status Check)

ผู้จัดการโรงงานจำนวนมากมีความกังวลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลของตนเอง ซึ่งลูกค้าของ Hach จะสามารถเชื่อมั่นในข้อมูลของพวกเขาได้ หลังจากที่ติดตั้ง Claros Process Management ในระยะเวลาเพียงสามสัปดาห์เท่านั้น

ระบบ Mobile Sensor Management อนุญาติให้ผู้ใช้งานตรวจเช็คการวัดค่าและสถานะของเครื่องมือได้ทุกที่ทุกเวลา บนอุปกรณ์ที่สามารถเปิดใช้งานบนเว็บใดๆก็ตาม ซอฟต์แวร์ Prognosys Predictive Diagnostic ที่รวมไว้จะตรวจสอบส่วนประกอบภายในของเครื่องมือและติดตาม Service Requirements ว่าในขณะนั้นต้องการการซ่อมบำรุงหรือไม่ จากนั้น Mobile Sensor Management จะแจ้งเตือนผู้ใช้งานสำหรับการซ่อมบำรุงรอบถัดไป หรือระบุปัญหาเบื้องต้นที่จำเป็นต้องรับการแก้ไขโดยด่วน นอกจากนี้ Mobile Sensor Mangaement ยังมีคู่มือในการบำรุงรักษาเบื้องต้น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมั่นใจได้ว่าการบำรุงรักษาจะดำเนินไปอย่างถูกต้อง

ลดปัญหาการหยุดระบบเพื่อซ่อมบำรุง (Avoid Downtime)

ด้วยเครื่องมือ Mobile Sensor Management สามารถช่วยลดการหยุดระบบเพื่อซ่อมบำรุงได้ และเพิ่มความมั่นใจให้กับการวัดค่าคุณภาพของน้ำได้เช่นเดียวกัน

หมดกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล (Worry-Free Data Security)

รักษาข้อมูลของคุณให้ปลอดภัย (Keep Your Data Safe)

ความปลอดภัยของข้อมูลคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญ Hach มุ่งมั่นที่จะปกป้องความสมบูรณ์ของข้อมูลของคุณ พร้อมกับวิธีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ครอบคลุม มีการประเมินอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่ดีที่สุดของเรา Microsoft Azure เพื่อให้คุณได้มั่นใจในข้อมูลและเพื่อขจัดโอกาสในการรุกล้ำข้อมูลส่วนตัวของคุณจากภายนอก ตั้งแต่การจัดสร้างข้อมูลไปจนถึงการส่ง การจัดเก็บ และการดึงข้อมูล ซึ่ง Hach มุ่งมั่นที่จะรักษาข้อมูลของคุณให้ปลอดภัยทั้งในปัจจุบันและอนาคต


Suspended solids measurement in DAF operations-1

ลดต้นทุนการดำเนินงานขณะการควบคุมระดับ TSS และ pH

คุณสามารถอ่านข้อมูลการใช้เพื่อเรียนรู้การทำงานขั้นสูงของอุปกรณ์ออนไลน์ที่ให้การวัด Suspended Solid แบบ Real-Time และเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ในระบบ DAF

เรียนรู้เพิ่มเติม
Real-Time Control system for phosphorus removal in a dairy facility-1

ระบบควบคุมแบบเรียลไทม์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดฟอสฟอรัสในอุตสาหกรรมผลิตนม

อย่าปล่อยให้ต้นทุนสารเคมีของคุณอยู่เหนือการควบคุม เรียนรู้วิธีการที่โรงงานโคนม สามารถลดต้นทุนสารเคมีและจัดสรรเวลาของช่างเทคนิคและผู้ปฏิติบัติงานบางส่วนเพื่อทำงานที่มีประสิทธิผลมากขึ้นได้อย่างไร

เรียนรู้เพิ่มเติม
Aerial view of beef processing plant using phosphorus control system

RTC-P ช่วยแก้ปัญหาเรื่องข้อกำหนดฟอสฟอรัสสำหรับกระบวนการแปรรูปเนื้อ JBS

อีกหนึ่งความท้าทายในการควบคุมให้เป็นไปตามข้อกำหนด เรียนรู้วิธีการที่กระบวนการแปรรูปเนื้อ JBS สามารถทำให้ค่าของ Total Phosphorus เป็นไปตามข้อกำหนด หลังจากติดตั้งระบบ Real-Time Control Phosphorus

เรียนรู้เพิ่มเติม
Wastewater equipment at industrial facility using DAF system

อุปกรณ์ออนไลน์ขั้นสูงที่ช่วยลดต้นทุนในระบบ DAF

กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมมีหลายปัจจัย เช่น วัตถุดิบ แรงงานที่มีทักษะ อุปกรณ์ที่ออกแบบมาอย่างดี และกระบวนการต่างๆ และนี่คือแนวทางสำหรับการปรับใช้การตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของกระบวนการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

เรียนรู้เพิ่มเติม

พารามิเตอร์สำหรับอุตสาหกรรมบำบัดน้ำเสีย

พารามิเตอร์ต่างๆถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมบำบัดน้ำเสีย เช่น การเตรียมการบำบัด (Pre-Treatment), การตรวจสอบการบำบัดทางชีวภาพ (Biological Wastewater Monitoring) และการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำ คุณสามารถเรียกดูการ์ดด้านล่างเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญของพารามิเตอร์เหล่านี้ หรือเลือก "Explore Solutions Now" เพื่อค้นหาวิธีการแก้ปัญหาสำหรับกระบวนการบำบัดน้ำเสียของคุณ

Explore Solutions Now
AL

Alkalinity

การวัดค่าความเป็นด่าง (Alkalinity) ในน้ำสามารถบอกความสามารถในการเปลี่ยนค่าความเป็นกรดให้เป็นกลางหรือบอกการดูดซับไฮโดรเจนไอออนได้ ค่า pH ที่เป็นด่างเล็กน้อยมีความสำคัญในการบำบัดทางชีวภาพให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ปฏิกิริยา Nitification สามารถทำลายค่าความเป็นด่างในน้ำได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการลดลงของ pH และทำให้ไปยับยั้งการเกิดแบคทีเรีย ดังนั้นการตรวจเช็คค่าความเป็นด่างอยู่เป็นประจำจะช่วยลดปัญหาของ Ammonia หรือ pH ได้

AM

Ammonia

ตรวจสอบการเปลี่ยนรูปแบบของแอมโมเนียและไนโตรเจนไปเป็นไนไตรทระหว่างกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการบำบัดทางชีวภาพ นอกจากนี้ที่ความเข้มข้น pH และแอมโมเนียสูง สามารถทำให้เกิดความเป็นพิษต่อแบคทีเรียที่ย่อยตะกอนได้

AS

Automatic Sampling

เครื่องเก็บตัวอย่างอัตโนมัติถูกใช้ในการดึงตัวอย่างจากแหล่งน้ำหลายแหล่งภายในกระบวนการเพื่อนำมาตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ ตัวอย่างอาจถูกรวบรวมขึ้นอยู่กับแต่ละโรงงานและใบอนุญาติ

BC

BOD5 และ CBOD

BOD5 และ CBOD สามารถบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ในการวัดของอาหารที่มีอยู่ ระดับเสถียรภาพในน้ำเสีย และประเมินผลกระทบของน้ำทิ้งที่มีต่อแหล่งน้ำ พารามิเตอร์นี้ใช้สำหรับออกแบบโรงงานบำบัด ประเมินอัตราการปล่อยน้ำทิ้งของโรงงาน และการรายงาน EPA และ NPDES โรงงานหลายแห่งมักใช้ COD หรือ TOC ในการประเมินเบื้องต้น และใช้ในการคำนวณ % ในการกำจัด

COD

Chemical Oxygen Demand

พารามิเตอร์นี้ใช้เพื่อบ่งชี้ระดับ BOD ช่วงต้น นอกจากนี้ใบอนุญาตบางส่วนของ NPDES ได้บอกว่าค่า COD สามารถเทียบเท่ากับ BOD ได้เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม BOD เป็นพารามิเตอร์ที่รายงานเกี่ยวกับ Oxygen Demand ในน้ำเสีย แต่ COD ใช้บ่งบอกถึงอาหารสำหรับแบคทีเรียที่มีอยู่ในการบำบัดชีวภาพ และใช้ประเมินผลกระทบในการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำ

CTU

Chlorine Total และ ULR

คลอรีนเติมลงไปในน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรคและลดกลิ่น ดังนั้นการวัดคลอรีนจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในน้ำเสียของคุณได้ว่ามีการฆ่าเชื้อโรคอย่างเหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการกำจัดคลอรีนส่วนเกิน ก่อนที่จะปล่อยลงสู่ผิวน้ำ

CL

Color

สีสามารถบ่งบอกความขุ่นหรือสารแขวนลอยได้ ดังนั้นการกำจัดสารแขวนลอยสามารถวัดได้ด้วยการวัดสี ซึ่งจะบ่งบอกว่าคุณภาพของน้ำเหมาะสมต่อการปล่อยลงสู่แหล่งน้ำหรือไม่

CN

Conductivity

การวัดค่าการนำไฟฟ้า (Conducitivity) เป็นวิธีทั่วไปในการกำหนดความเข้มข้นของโลหะในน้ำเสีย การกำจัดโลหะเหล่านี้จะช่วยป้องกันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้ นอกจากนี้ค่าการนำไฟฟ้ายังสามารถระบุค่าการละลายของโซเดียมในน้ำที่เกินจากขั้นตอนการบำบัด ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่าการนำไฟฟ้าได้

DO

Dissolved Oxygen

แบคทีเรียในน้ำที่สลายสารอินทรีย์จำเป็นต้องใช้ออกซิเจนในการดำรงชีวิต ซึ่งถ้าแหล่งน้ำใดไม่มีออกซิเจนละลายอยู่ แบคทีเรียในน้ำก็จะตาย และในทางกลับกันถ้ามีออกซิเจนในน้ำมากเกินไป สามารถบ่งบอกได้ว่ากระบวนการบำบัดน้ำเสียของคุณกำลังสูญเสียพลังงาน ดังนั้นการวัดระดับของออกซิเจนที่ละลายในน้ำจะช่วยคำนวณจำนวณของถังเติมอากาศได้

FM

Flow Meters

การวัดการไหลเป็นสิ่งสำคัญต่อโรงงานในการทราบปริมาตรและอัตราของของเหลวที่ไหลผ่านในแต่ละกระบวนการ การวัดเหล่านี้จะใช้ในการคำนวณปริมาณและความเข้มข้นของปัจจัยต่างๆที่ต้องใช้ในกระบวนการ

NT

Nitrate

ไนเตรทเป็นพารามิเตอร์ที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนรูปของแอมโมเนียและไนโตรเจนไปเป็นไนเตรท โดยขั้นตอนการบำบัดทางชีวภาพแบบใช้ออกซิเจน (Nitrification)

OA

Organic Acid

ตรวจสอบว่าเกิดกรดขึ้นในระหว่างขั้นตอนการบำบัดขั้นเตรียมการ (Pre-Treatment) หรือไม่ โดยการตรวจสอบค่า pH และค่าความเป็นด่าง ซึ่งการปรับค่าความเป็นด่างและค่าpH จะชวยทำให้กรดอินทรีย์มีความสมดุล

OL

Organic Load

บ่งบอกถึงปริมาณของธาตุอาหารคาร์บอนที่ต้องการ เพื่อนำมาเป็นอาหารให้กับแบคทีเรียในกระบวนการเติมอากาศ พารามิเตอร์นี้จะช่วยบ่งบอกประสิทธิภาพของกระบวนการย่อยแบบ Anaerobic

OR

ORP / Redox

ศักยภาพในการลดการเกิดออกซิเดชัน (Oxidation Reduction Potential) คือความสามารถในการสูญเสียอิเล็กตอน ORP ช่วยให้คำนวณว่ากระบวนการ Activated Sludge Zones ควรเป็น Anaerobic หรือ Anoxic เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดสารอาหารทางชีวภาพ

pH/T

pH/Temperature

รักษาช่วงแคบของ pH ให้มีความเหมาะสมเพื่อกระบวนการทางชีวภาพที่เหมาะสม โดยเฉพาะกระบวนการ Nitrification นอกจากนี้ ค่า pH และ อุณหภูมิสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติของโรงงานจากน้ำเสียที่ปล่อยหรือการพัฒนา Anaerobic ในโรงงาน และยังเป็นพารามิเตอร์ที่สำคัญในการประเมินการเกิดมีเทน และหลีกเลี่ยงความเป็นพิษของแอมโมเนียในถังย่อยตะกอน

PO

Phosphate / Ortho

ฟอสเฟตจะถูกกำจัดโดยกระบวนการกำจัดธาตุอาหารทางชีวภาพหรือกระบวนการตกตะกอนทางเคมี ซึ่ง Reactive Phosphate (Ortho) คือรูปแบบของฟอสฟอรัสที่พบมากที่สุด

SL

Sludge Level

การวัดตะกอนสามารถตรวจสอบระดับของตะกอนในถังเติมอากาศได้ ซึ่งถังเติมอากาศเป็นที่ที่ตะกอนจะผสมกับอากาศเพื่อกำจัดสารอินทรีย์ ดังนั้นการตรวจสอบระดับของตะกอนจะช่วยบ่งบอกการเพิ่มขึ้นของตะกอน ประสิทธิภาพของสารเคมีและกระบวนการ รวมไปถึงความสามารถในการตกตะกอน

SAC

Spectral Absorption Coefficient

การวัดค่าสัมประสิทธ์การดูดกลืนสเปกตรัม (Spectral Absorption Coefficient) เป็นการวัดที่เหมาะจะนำมาใช้เป็นพารามิเตอร์สำหรับระบบโอโซนเป็นอย่างยิ่ง

TN

Total Nitrogen

Total Nitrogen ประกอบไปด้วย ไนโตรเจนอินทรีย์ ไนไตรท ไนเตรท และ แอมโมเนียทั้งหมด

TOC

Total Organic Carbon

ระดับของ TOC ในน้ำส่งผลต่อการตัดสินใจในเรื่องบำบัดและการนำกลับไปใช้ใหม่ ซึ่งข้อมูลของระดับ TOC สามารถสร้างระบบบำบัดและระบบนำน้ำจากแหล่งน้ำกลับมาใช้ใหม่ที่มีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุนมากที่สุด

TP

Total Phosphorus

ความเข้มข้นของฟอสฟอรัสในน้ำทิ้งถูกกำหนดไว้ในข้อกำหนดการปล่อยน้ำทิ้ง ซึ่งจะมีการจำกัดธาตุอาหารในแหล่งน้ำ ซึ่งการกำจัดฟอสฟอรัสทั้งหมด สามารถทำได้โดยวิธีการทางชีวภาพและทางเคมี รวมไปทั้งสามารถกำจัดทั้ง Ortho-Phosphorus, Poly-Phosphorus และฟอสฟอรัสอินทรีย์ได้

TSS

Total Suspended Solids

TSS เป็นพารามิเตอร์ที่มักจะถูกวัดมากที่สุดและยังเป็นพารามิเตอร์ที่ถูกควบคุมในใบอนุญาติ NPDES อีกด้วย มักใช้เพื่อวัดความเข้มข้นของสารแขวนลอยในถังเติมอากาศ ความเข้มข้นของตะกอนที่นำกลับไปใช้ซ้ำ หรือตะกอนที่นำไปกำจัดทิ้ง ความเข้มข้นของสารแขวนลอยในน้ำดิบและน้ำทิ้ง รวมทั้งเปอร์เซ็นต์การกำจัด

TX

Toxicity

COD เป็นพารามิเตอร์ผลรวมที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่ทำลายออกซิเจนของสารพิษอินทรีย์ในน้ำเสียทีมีความถูกต้องและทันเวลามากที่สุด นอกจากนี้ COD สามารถบ่งบอกค่าการประมาณของผลกระทบของน้ำทิ้งในโรงงานของคุณต่อแหล่งน้ำอีกด้วย

TR

Turbidity

ค่าความขุ่น (Turbidity) คือการวัดแทนความเข้มข้นของของแข็ง พารามิเตอร์นี้มักใช้ระบุของแข็งส่วนเกินจากบ่อตกตะกอนขั้นที่สอง (Secondary Clarifiers)


รับชม Webinar On-Demand : หัวข้อการบำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรม - พร้อมกับนวัตกรรมใหม่ในการจัดการข้อมูลแบบ Real time, การตรวจวัดข้อมูลแบบออนไลน์ และการเชื่อมต่อข้อมูล



คุณเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่ไม่คาดคิดในโรงงานบำบัดน้ำเสียของคุณแล้วหรือยัง รับชม Webinar เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมในการแก้ปัญหาและจัดการโรงงานบำบัดน้ำเสียและกระบวนการขั้นเตรียมการของคุณ - ตั้งแต่การเตรียมการไปจนถึงการบำรุงรักษา และทุกอย่างที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาในโรงงานของคุณท้งข้อมูลแบบเรียลทาม การเชื่อมต่อข้อมูลบ และการตรวจวัดพารามิเตอร์ของคุณแบบออนไลน์



เลือกตัวเลือกด้านล่างเพื่อคต้นหาสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมบำบัดน้ำเสียของคุณ

Hach มีตัวช่วยหลากหลายในการแก้ปัญหาสำหรับอุตสาหกรรมบำบัดน้ำเสียของคุณที่สามารถทำงานร่วมกันได้ เพื่อให้คุณได้มั่นใจในคุณภาพน้ำทิ้ง นอกจากนี้เรายังมีเครื่องมือสำหรับห้องปฏิบัติการ เครื่องมือออนไลน์และเครื่องมือแบบพกพา สำหรับพารามิเตอร์ต่างๆที่คุณสามารถทดสอบคุณภาพน้ำได้ทุกที่